หน้าแรก >[09] การสื่อสาร > การเผยแพร่ธรรมะ >เราคิดอะไร


ปัญหาจานด่วนของสังคมไทย

วามดีมีหลากหลาย อยากได้ต้องทำเอาเองไม่มีซื้อหา

แต่ถ้าถาม กาลเทศะ ของวันนี้ ปัญหาที่หมักหมม อะไรคือตัวอุบาทว์ ตอบได้เลย "ความซื่อสัตย์"

ใครๆ ก็ไม่รักผม แม้แต่พัดลมก็ยังส่ายหน้า..........

ฉันเกลียดแก เจ้าคนทุจริตคดในข้อ งอในกระดูก

พัฒนาอะไรก็ติดกึก จะลงลึกอะไรก็ติดกักประเทศชาติไปไหนไม่ได้ เหมือนเรือใหญ่ชนหินโสโครก โด่เด่อยู่กลางทะเล

ผีร้ายตัวนี้ แผ่อาณาจักรไปทุกวงการ แม้แต่คนตาบอดก็ยังรับรู้!

โฮปเวลล์-รั้วกินได้-นมวัว-ฝาย-ท่อ-ตึก...ฯลฯ นี่พวกน้ำลดตอผุด ยังไม่พูดถึงพวกน้ำไม่ลด อีก ๙๐% จะมากมาย ขนาดไหน

ถมเท่าไหร่ก็ไม่มีวันเต็ม เพราะเล่นดักรอตั้งแต่ต้นทาง จะเหลือถึงมือประชาชน ก็มีแต่ก้าง เป็นไอติมก็มีแต่ไม้

"ชาติต้องการคนที่ซื่อสัตย์ ชาติต้องการคนเสียสละ......" วงคาราบาวเขาสะท้อนปัญหาได้ดี แต่คนเมา เขาก็ไม่ชอบนะตัวเอง!........

"ความซื่อสัตย์" คุณธรรมข้อนี้ ไปถามร้านแฮมเบอร์เก้อร์ เขาจะรีบบอก นี่แหละ "คุณธรรมแดกด่วน อันจำเป็นยิ่ง!"

ถามนักปฏิบัติธรรม เขาจะบอกเลยว่าเป็น "กรรมฐานของสังคมไทย"

เป็นสิ่งที่ต้องจัดการก่อนเรื่องอื่น

ผีร้ายมีเยอะ แต่ผีเปรตมีอิทธิพลมากกว่าเพื่อน ปากมันเล็กเท่ารูเข็ม แต่พุงโตเท่าภูเขา ร่างกายสูงใหญ่ เท่าต้นตาล ....ใคร่เอ่ย ?

วันนี้ขอแค่ "อยู่รอด" ไม่ต้องการแบ่งปัน ไม่ต้องการเมตตา กรุณา ขอแค่ซื่อสัตย์ นาวาสยามคงพายไปได้ อีกหลายกิโล พูดไปสองไพเบี้ย มัวแต่นิ่ง ไม่วิ่งก็ไม่เวิร์ค ดึงแผนขยายออกสู่ปฏิบัติการ ด้วยการติดอาวุธ ทางปัญญา

สำหรับสังคม เรามารณรงค์ออกทีวี วิทยุสม่ำเสมอ ชี้ให้เห็น คนขี้โกงเป็นคนถ่อย สารเลวชั่วสิ้นดี อัปรีย์ จัญไร!

ยกย่อง เชิดชูคนซื่อสัตย์

คดีทุจริต ต้องรายงานประชาชนถ่ายทอดสดยิ่งโทษประหารก็ต้องยิ่งถ่ายทอด อย่าไปเหมือนจับยาบ้า เวลาจับ ข่าวใหญ่โต แต่เวลาลงโทษทำข่าวเล็กๆ ยิ่งโทษประหารกลับยิ่งเงียบกริบ

ถ่ายตอนยิงได้ไหม?!! ถ้าหวาดเสียว เราถ่ายแค่นักโทษประหารเดินเข้าหลักประหาร ก็น่าจะพอ ฟังเสียงปืนดัง ก็น่าจะดี "ปังๆๆๆ...." ท่านผู้ชมครับ นักโทษเด๊ดสะมอเร่แล้วครับ แค่นี้ก็ขนหัวลุก

สำหรับเด็กๆ ทำเป็นแบบเรียนหนังสือ ชั้นเล็กอธิบายง่ายๆ ชั้นโตอธิบายความไม่ซื่อสัตย์ที่ลึกซึ้ง ยอกย้อนขึ้น

ตัวอย่าง เด็กเล็ก รับฝากเงิน ๑๐๐ บาทแต่เอาไปส่งเขาแค่ ๗๐ บาท

ซื้อของ ๑๐๐ บาท กลับไปบอกเจ้าของเงินว่าซื้อ ๑๒๐ บาท

แต่ละชั้น เราจะขยายความพฤติกรรมไม่ซื่อสัตย์ให้ละเอียดลออขึ้น

ของราคา ๑๐๐ บาท แต่ไปบอกเถ้าแก่ให้เขียนบิล ๑๒๐ ตัวเองขอ ๒๐ บาท

หรือของราคา ๑๐๐ บาท แอบไปบอกเถ้าแก่ให้เสนอราคา ๑๒๐ บาทยังงี้ก็โกง

เปิดประมูลสินค้า ตัวเองเป็นผู้ใหญ่ไม่ยุ่งเกี่ยว แต่ให้ญาติพี่น้องมาประมูล นี่ก็ยังโกง

ตัวเองเป็นรมต. เที่ยวแจกซองกฐินให้อธิบดี กรมกองในกระทรวง นี้ก็ยังเป็นความไม่ซื่อสัตย์ ฯลฯ

หลักการอธิบายให้เด็กฟัง ต้องเริ่มบนพื้นฐานสมมุติว่า เขาอาจไม่รู้ จึงต้องค่อยๆ อธิบายเป็นขั้น เป็นตอน ช้าๆ ผู้ใหญ่วันหน้า จะได้ไม่ขี้โกง เหมือนผู้ใหญ่วันนี้

สอนต่ออีกบท

รายได้บนน้ำพักน้ำแรงถือว่า เป็นความสัตย์

รายได้ที่ได้มาลอยๆ หรือของฟรีถือเป็นลาภมิควรได้

จะแถมวิบากของการเกิดวิบากของการเกิดเป็นวัวควาย ว่าทำกรรมอะไรไว้ ในหลักศาสนา ปฏิบัติอย่างไร ก็น่าพูดถึง

"ของฟรีไม่มีในโลก"หมายถึงอย่างไร ช่วยกันขยาย พยายามยกตัวอย่างการโกง การทุจริต แบบอนุบาล แล้วค่อยๆ ยกตัวอย่างไปถึงการโกงการไม่ซื่อสัตย์ ในระดับประถม-มัธยม-อุดมศึกษา

สำหรับเด็กในท้อง เราก็สอนที่พ่อแม่ก่อนตามหลักนโยบาย 'ก่อนจะถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว' กรอกคุณธรรม เข้าหูพ่อแม่บ่อยๆ เพื่อโปรแกรมทางจิตจะได้เกิดการเคลื่อนไหว เรียบเรียงโครโมโซม เสียใหม่

การอบรมสังคม ต้องถือคติ ฝนทั่งให้เป็นเข็ม เลียนแบบความอดทนของพระชนก ที่ว่ายไป ในท้องทะเล อันเวิ้งว้าง แม้ไม่เห็นฝั่ง ก็ยังมีกำลังใจแหวกว่าย

มัวแต่คิดท้อแท้ เขาเรียกมองโลกในแง่ร้าย

ตราบใดยังมีลมหายใจ ตราบนั้นเรายังมีหวัง

จากผลพวง การโกงกินชาติของบุคคลในวงการต่างๆ อาจจะเป็นแรงกระตุ้นให้คนไทยตะโกนพร้อมๆ กัน "พอกันที"

และลงมือป้องกันเสียที

วิกฤติก็จะได้เป็นโอกาส

(เราคิดอะไร ฉบับที่ ๑๕๑ เดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๔๖)