หน้าแรก>สารอโศก

จดหมายจากญาติธรรม

พยายามให้ถึงที่สุด
ขณะนี้กระผมกำลังพยายามรักษาศีล ๕ ข้อให้ได้ก่อน แต่มีอยู่ข้อเดียว คือ ข้อ ๑. เท่านั้น นอกนั้นได้ หมดเลย พร้อมกันนี้ได้ปฏิบัติไปด้วย คือ ๑. ไม่ดื่มสุรา และเมรัย รวมทั้งของมึนเมาทุกชนิด ๒. ไม่เล่น การพนัน ๓. ไม่ดื่มน้ำอัดลมทุกชนิด ๔. ไม่ดูทีวี ๕. ไม่ชอบซื้อเสื้อผ้าใหม่ มีอย่างไรก็ใส่อย่างนั้น (เว้นไว้แต่ เขาซื้อให้)

และจะพยายามทำต่อไปคือ ๑. จะกินมังสวิรัติให้ได้ ๒. พยายามจะไม่ฆ่าเหลือบ ริ้น ยุง มด และ แมลง ต่างๆ ที่มาไต่ตอม ๓. จะไม่โกรธคนอื่นหรือสัตว์อื่น ๔. พยายามไม่ใส่เครื่องประดับทุกชนิด (เว้นไว้ แว่นสายตา) ๕. จะถือเอาความเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา เป็นหลัก เอาแค่นี้พอก่อน
ขอชมว่า ชอบอ่านคอลัมน์ ถามตอบของพ่อท่านฯมากๆ และชอบฟังเท็ป ของท่านเสียงศีล ที่สุดเลย
- สมาชิกหมายเลข ๒๕๙๔๖๖ จ.เชียงราย -

วันที่ ๒๕ ก.ค. ๒๕๔๕ นี้ ก็เข้าพรรษาอีกแล้ว เหล่านักรบทวนกระแสประกาศก้องท้ารบใหญ่ กับกิเลส ทั้งตบะ และศีลเคร่ง สำแดงอานุภาพอีกครา พยายามเถิด....พยายามให้ถึงที่สุด - บ.ก.

ของหวานที่โหดร้าย
ได้ข้อคิดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงไปของสังคมและสิ่งแวดล้อม ยิ่งเรื่องของภาพลักษณ์ของบ้านเมือง บ้านของผม เป็นบ้านในชนบท ผูกพันกับป่า ไปไหน ถ้าไม่ได้เห็นต้นไม้แล้วไม่สดชื่น ชอบเข้าป่า ไปเดินเล่น จะเย็นสบาย มีกลิ่นไอ ดอกกล้วยไม้ และกลิ่นของน้ำผึ้ง

มาเดี๋ยวนี้ ไม่มีแล้วครับกลิ่นน้ำผึ้ง มีแต่น้ำผึ้งไปอยู่ในขวดหมด เท่าที่ได้ฟังสรรพคุณมา น้ำผึ้งดีอย่างนั้น อย่างนี้ ดีจริงครับ แต่ก็ว่าเถอะครับ กว่าจะได้น้ำผึ้งมา ก็ไม่ต่างอะไรกับการทานกุ้งให้อิ่ม ตัวอ่อนของผึ้ง ที่ต้องตาย มีนับไม่ถ้วนเลย เพราะน้ำหวาน จะอยู่ส่วนบน ของรังพอดี ถ้าขูดเอาน้ำหวานออกมา ตัวอ่อน ก็จะถูกบี้บ้าง บางรายเอาน้ำหวานเสร็จ ก็เอาตัวอ่อนไปกิน ผมเห็นแล้วทนไม่ได้จริงๆ

คนเราช่างเห็นแก่ตัวจริงๆ เพื่อสุขภาพ บำรุงสุขภาพ ดื่มน้ำผึ้งนำมาผสมเป็นยา อยากให้เขารู้จริงๆ ว่ากำลังทำลายชีวิต อีกนับพัน ป่าเปลี่ยนไปแล้ว ไม่มีกลิ่นไอเหมือนเก่า ผมเข้าป่าไม่บ่อย มันร้อน เพราะมีคนมาเผาป่า ผมเศร้าใจ ที่ไม่สามารถห้ามใครได้ กลิ่นไอแห่งน้ำผึ้ง ก็หายไปพร้อมกัน ผมรักป่า อยากให้มันเหมือนเดิม

เมื่อก่อน.....ผมทำมะม่วงกวน พอเสร็จก็จะนำไปตากแห้งเป็นแผ่น มะม่วงสุกจะหวาน ทำในช่วงฤดูร้อน เดือนเม.ย.จะมีผึ้งมิ้ม ผึ้งป่ามาตอม เราไม่ต้องไล่มัน เดี๋ยวมันก็ไป ไม่นานก็จะมีผึ้ง มาทำรัง ติดกับต้นไผ่ หลังบ้าน พากันไปดู ชื่นใจที่เห็น

กาลที่แปรเปลี่ยน ผมคงเริ่มแก่แล้ว เลยชอบย้อนอดีต ผมเพิ่งทำมะม่วงกวน นำมาตากแดดอีก เหมือนที่ เคยทำทุกปี ปีนี้แทนที่จะเป็นผึ้งมาตอม คราวนี้แมลงวันครับ แมลงวันเต็มเลยครับ มะม่วงแผ่น ถูกกิน เป็นรูพรุน พอเห็นแมลงวันตอม ใครจะกินลงละครับ

ในสมัยก่อน พอลำไยออกดอก แถวบ้านผมมีผึ้งบินตอมเต็ม ตื่นเช้าจะได้ยินเสียงผึ้งบินก่อน ดังหึ่งๆๆ เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วครับ เห็นหลังตุง แบกถังพ่นยา ผมก็ใจหาย อนาคตเขาจะเป็นเช่นไร พูดให้ฟัง ไม่มีใครฟัง ดอกลำไยบ้านผม ปีนี้ไม่ติดเลยครับ หล่นหมด ไม่มีแมลงผสมเกสร ต้องใช้สารเคมีเร่งหรือครับ แต่ผมพยายามกินอยู่ อย่างพอดีครับ

ผมฝึกทำจิตให้สบาย ก็โดยการเดินป่า พอมีเรื่องไม่สบายใจก็ไปป่า มันทำให้ผมไม่คิดมาก ยิ่งได้อ่าน สารอโศกแล้ว เจออะไรก็มักจะนึกถึงประโยชน์ว่า มันคงเป็นสมุนไพรบ้าง เป็นการได้ดูจาก ในหนังสือ แล้วดูของจริง ยิ่งทำให้รู้จักดียิ่งขึ้น ที่สำคัญอ่านแล้วผมได้แง่คิด ไว้พูดบรรยาย สอนลูก พูดสอนตอนเวลา รับประทานข้าวบ้าง นั่งดู TV ด้วยกันบ้าง ผมจึงรู้สึกขอบคุณอย่างยิ่ง

ส่วนการนำเอาน้ำผึ้ง มาเป็นอาหารนั้น โหดร้าย เริ่มจากการที่ต้องใช้ไฟลนให้บินหนี (ผึ้งป่า) นำเอารัง มารีดน้ำหวานออก ตัวอ่อนก็จะถูกบี้แบน น้ำหวานเหล่านั้น เป็นน้ำหวาน ที่จะใช้เลี้ยงตัวอ่อน หากแต่เพียง มันไม่สามารถ ตอบโต้ให้รับรู้เท่านั้นเองว่า มันเจ็บปวด การทานสิ่งหวานที่โหดร้ายคือ น้ำผึ้ง
- พิรุณ ยอดสกุลพานิช จ.เชียงราย -

น้ำผึ้งที่ได้มาโดยผิดศีลข้อ ๑ ชาวอโศกก็ไม่สนับสนุนให้รับประทาน เพราะได้มาด้วย ความโหดร้าย ฆ่าสัตว์ ตัดชีวิตจริงๆ ยกเว้นน้ำผึ้งที่ได้มาจากผึ้งเลี้ยง ที่ไม่มีการฆ่าตัวอ่อน แต่อย่างใด ซึ่งชาวอโศก มีการอนุโลม ได้บ้าง - บ.ก.

ไม่สร้างหนี้ใหม่-ปลดหนี้เก่า
จากการฝึกฝนตนเอง ให้ลดละเลิกทีละอย่างสองอย่างขึ้นไปเรื่อยๆ จนทุกอย่างจะหมดไปจากใจ ไม่ยึดมั่น ถือมั่นอะไรอีกแล้ว วันพระก็เข้าวัดทำบุญ หาเลี้ยงชีวิต พอมีพอกินไปวันๆ ปลูกผัก แตง ถั่ว พริก มะเขือ กล้วย ผักชี ต้นหอม ตะไคร้ ข่า เหลือกินก็แจกเพื่อนบ้าน มีทั้งผักขึ้นเอง โดยไม่ได้ปลูก เช่น กระถิน ตำลึง ดิฉันชอบนำมาลวกกับหน่อข่า จิ้มน้ำพริกอร่อยดี กินแต่ผัก รู้สึกเบาสบาย ไม่รู้สึกปวดเนื้อตัวเหมือนเมื่อก่อน

ชาวอโศกได้มอบขุมทรัพย์ที่มีคุณค่า มีประโยชน์แท้ให้แก่ชีวิตดิฉันและครอบครัว ไม่เดือดร้อน เหมือนเมื่อก่อนจะพบกับ สารอโศก และ ดอกหญ้า ชีวิตดิฉันและครอบครัว ดีขึ้นเรื่อยๆ อีกไม่นาน ก็คงใช้หนี้ ธ.ก.ส.หมด ดิฉันลืมบอกไปว่า ดิฉันยังเป็นหนี้ ธ.ก.ส.อยู่ จากการกู้มาทำนา ข้าวราคาไม่ดี ก็เลยใช้หนี้เขาไม่หมด ยังเหลืออยู่ตั้งสี่หมื่นกว่า ที่กู้มาไม่ได้ลงนาอย่างเดียว ลงกระเทียมด้วย กระเทียม ก็ขายไม่ได้ราคาอีก ตอนนี้อยู่ระหว่าง พักชำระหนี้อยู่สามปีค่ะ

ขอขอบพระคุณทางสมาคมเป็นอย่างมาก ที่แนะแนวทางชีวิตให้ ต่อไปนี้ดิฉันจะปลูกทุกอย่างที่กินได้ จะได้ลดค่าใช้จ่าย ภายในบ้าน เพื่อเก็บเงินใช้หนี้ให้หมดเสียที ทุกวันนี้ดิฉันทำงานไปด้วย ปฏิบัติธรรม ไปด้วย เป็นสุขดีไม่ทุกข์ เหมือนเมื่อก่อน

ดิฉันตั้งใจเอาไว้พรรษาที่จะถึงนี้ ดิฉันจะเลิกเนื้อสัตว์ทุกอย่าง ตอนนี้ก็เลิกได้ เกือบหมด ยังเหลืออยู่บ้าง ก็แต่ปลา นานๆครั้ง เวลาลูกมาบ้าน จะทำให้เขากิน หากเราไม่กิน ก็กลัวลูกจะเสียใจ แต่ถ้าเป็นวันพระก็จะ
บอกลูกว่า แม่ไม่ทานเนื้อสัตว์วันพระ เขาก็เข้าใจค่ะ
- อรุณา เนาว์ชมภู จ.เชียงราย -

เป็นหนี้ธ.ก.ส.ก็ต้องชดใช้เงินคืน จนกว่าจะหมดหนี้ ก็แล้วถ้าเป็นหนี้ชีวิตของสัตว์ต่างๆล่ะ กินเนื้อเขามา เท่าไหร่แล้ว ก็ต้องใช้หนี้คืนเหมือนกัน ไม่มีอะไรฟรีในโลก เพราะฉะนั้น ไม่สร้างหนี้ใหม่ รีบปลดหนี้เก่าได้ ชีวิตจะพบสุขได้เร็วไว - บ.ก.

เลือดนักสู้
ดิฉันอ่านนิตยสารดอกหญ้าและสารอโศกมากว่า ๖ ปีแล้ว ดิฉันได้หลักธรรมของอโศกหลายข้อ เช่น เข้มงวดที่ตน ผ่อนปรนผู้อื่น คนโกรธคือคนโง่ โมโหคือคนบ้า ถ้าศีลยังไม่บริสุทธิ์ สมาธิก็ไม่เกิดขึ้นได้ หรือใจก็ไม่สงบ จะให้มีสมาธิ ก็ต้อง ทำงานอย่างมีสมาธิ ใจจดจ่อที่งาน ทำงานไม่เหนื่อย ด้วยการทำงาน อย่างสนุก การรับประทานอาหารมังสวิรัติ เป็นการไม่เบียดเบียนสัตว์ เป็นการรักษาศีลห้า ได้ถูกต้อง บริสุทธิ์

ผลที่ดิฉันได้อ่าน หนังสือนี้มา ทำให้รู้ธรรมะได้ดีขึ้น ปกติดิฉันเป็นคนใจร้อน ทำอะไรจะให้เสร็จเร็วๆ จึงผิดพลาดมาก มาบัดนี้ดิฉันใจเย็น ใจสงบ ทำอะไรผิดพลาดน้อย จะพูดอะไร คิดก่อนจึงพูด เคยเป็นคนตกใจง่าย เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยตกใจ เด็กจุดประทัดใกล้ๆ ดิฉันก็จะไม่ตกใจ เหมือนก่อนๆ แม้ดิฉัน อายุมาก ก็ช่วยตัวเองได้มาก ไม่จำเป็นจริงๆ จะไม่รบกวนลูกหลาน และผู้อยู่ใกล้ชิด จะทำงานตลอดวัน อยู่ว่างๆไม่เป็น ถ้าว่างก็อ่านหนังสือ

ดิฉันนำเอาวิธีทำปุ๋ยน้ำไปทำใช้ ปลูกผักปลอดสารพิษไว้บริโภค เหลือก็แจกเพื่อนบ้าน ลดค่าใช้จ่ายลงมาก ใบไม้ที่หล่นมาในบ้าน ก็นำมาทำปุ๋ย เอาแบบอย่างของอโศกไปใช้ รั้วบ้านก็เป็น รั้วกินได้ ถนนที่บ้านดิฉันอยู่ คงมีบ้านดิฉัน บ้านเดียว ที่มีรั้วแบบนี้ เขาทำรั้วคอนกรีตกันหมด

ดิฉันรับประทานอาหารมังสวิรัติทุกๆวัน กินข้าวกล้องด้วยค่ะ แต่ก็มีบางมื้อ ต้องรับประทาน กับลูกหลาน แบบเจเขี่ย ยังรับประทานมื้อเดียวไม่ได้ เพราะต้องกินยา ทุกเช้าเย็น จึงรับประทาน ๒ มื้อ ประมาณ ๑๐.๐๐ น. มื้อหนึ่ง ๑๖.๐๐ น. มื้อหนึ่งค่ะ

อ่านหนังสือแล้ว อยากมาพุทธสถานอโศกทุกๆแห่ง แต่ดิฉันอายุมาก สุขภาพไม่ดี จึงมาไม่ได้
- ป้าบัว ยศยิ่ง จ.ลำพูน -

เพียงแค่ได้อ่านหนังสือธรรมะ แล้วขวนขวายลดละกิเลสถึงเพียงนี้ ทั้งที่อายุก็มาก สุขภาพก็ไม่ดี ต้องนับว่า มีเลือดนักสู้ เป็นนักรบบุญนิยมคนหนึ่งได้แล้ว - บ.ก.

การสร้างคน
กระผมเริ่มปฏิบัติธรรมมาได้ไม่นาน ในระยะเวลาไม่เกิน ๔ ปี สิ่งที่ผมสามารถเปลี่ยนแปลง และ เป็นผลดี ก็คือ "ความพอเพียง" อดีตเคยใช้เงินมากกว่า รายได้ประจำ ปัจจุบัน พอจะเก็บออมบ้าง แต่ก็ไม่มาก และ ไม่เดือดร้อน ทางการเงินอีก

การถือศีล ๕ เมื่อก่อนศีลข้อ ๔ เป็นสิ่งที่ผมหลุดเป็นประจำ ปัจจุบันดีขึ้นมากกว่าเดิม ร้อยละ ๗๐ วัดจาก การพูดส่อเสียด หยาบคายจากอดีต

ส่วนศีล ข้อ ๑, ๒, ๓, ๕, อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก เพราะไม่ได้แตะต้อง ผมจะรักษาศีลข้อ ๔ ต่อ ให้ดีเท่าๆกับ ศีลอีก ๔ ข้อครับ

กระผมอ่านสารอโศกและดอกหญ้า ซึ่งมีทั้งบทความที่ปลุกจิตสำนึก ปลุกความเป็นไทย และการปฏิบัติ ของญาติธรรม ในการรักษาศีล ๕ ศีล ๘ รู้สึกมีกำลังใจ ในการปฏิบัติธรรม มีความภูมิใจ ในความเป็นไทย

ประเทศกำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ภาพวันนี้ดูเหมือนเศรษฐกิจกำลังจะฟื้นตัว ด้วยกำลังเงิน ที่อัดฉีดสู่รากหญ้า ให้มีกำลังซื้อ ทั้งกองทุนหมู่บ้าน ธนาคารประชาชน ทั้งนี้เพื่อกระตุ้น เศรษฐกิจ ของประเทศ ความจริงชาวบ้าน ได้รับเงิน จากกองทุนหมู่บ้านแล้ว จะเข้าห้างสรรพสินค้า ที่มีชื่อเป็น ภาษาอังกฤษ (ห้างต่างชาติ) ที่จะมีอยู่ตามจังหวัดใหญ่ เพื่อนำเงินที่ได้รับ (กู้มา) ไปซื้อเครื่องเล่น CD เพราะมีราคาถูกพอสมควร เงินตราก็จะไหลออก นอกประเทศเหมือนเดิม นี่คือความจริง

เกษตรกรไทยเดี๋ยวนี้ไปทำนาที่ไร่ จะพกเครื่องดื่มชูกำลัง ที่มีขายหลายยี่ห้อ ในประเทศไทย วันละ ๒ ขวด เช้าขวด บ่ายๆอีกหนึ่งขวด เพื่อให้มีกำลังในการทำงาน แล้วยังมีสื่อจากภาพและเสียง ที่เราใฝ่ฝันอยากมี อยากได้ อยากดู ทำให้คิดไปตามที่โฆษณาออกมา เป็นการใช้เงินเพื่อซื้อ สิ่งที่ไร้สาระ ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ นี่คือเกษตรกรไทย

เกษตรกรลูกค้าของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ที่ครก. รับอบรม ในหลักสูตร "สัจธรรมชีวิต" ตามชุมชน ของอโศกทั้งประเทศ ก็ยังนับว่าเป็นความโชคดี ของเกษตรกร ลูกค้าธ.ก.ส. ที่เข้าอบรม ตามโครงการนี้ ที่ส่วนหนึ่งสามารถกลับลำ มาใช้ชีวิตตามแนวพระราชดำริ ของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช คือเศรษฐกิจพอเพียง มีการลด ละ เลิก อบายมุข และของฟุ่มเฟือย

อีกทั้งแนวลดต้นทุนการผลิต เลิกใช้ยาฆ่าแมลง สารเคมี และเป็นไปตามแนวเศรษฐกิจเชิงพุทธ คือ ความมักน้อย สันโดษ สักวันเกษตรกรเหล่านี้ จะช่วยประเทศชาติได้มาก เพราะเป็นผู้ไม่สนับสนุน การใช้ปุ๋ย ใช้ยา เป็นการประหยัดเงินตรา ของประเทศ (แต่ละปี ผมทราบจากนักวิชาการ ที่ส่งเสริม การใช้ปุ๋ยเคมี ประเทศไทย นำเข้าปุ๋ยปีละ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท) ทั้งนี้นับเป็นความกรุณา ของชาวอโศกทุกท่าน โดยเฉพาะ "พ่อท่าน" ที่รับอบรมเกษตรกร ลูกค้าธ.ก.ส.ในครั้งนี้ ไม่เช่นนั้น เกษตรกรไทย คงหลงเชื่อ ในสิ่งที่ผิดๆ ไปอีกนาน

การอบรมแม้จะมีอุปสรรคปัญหาบ้าง เพราะจะให้ทุกคนมาเข้าใจในสิ่งที่คนอโศกปฏิบัติ เป็นไปได้ยาก ก็ขอให้กำลังใจ แก่คนอโศกทุกท่าน และเป็นการทดสอบฐาน ของทุกท่าน ที่ประสบกับผัสสะ จากภายนอก แล้วเราเป็นอย่างไร เจริญขึ้นหรือเท่าเดิม การปฏิบัติงาน คือการปฏิบัติธรรม
- สมชาย อนุรักษ์ฤานนท์ กทม. -

การช่วยอบรมพวกธ.ก.ส. เท่ากับเป็นการฝึกฝนผัสสะที่เกิดแก่ตนไปด้วย ได้ทั้งประโยชน์ท่าน และ ประโยชน์ตน ร่วมกัน โดยเฉพาะ "การสร้างคน" จึงจะช่วยกู้ชาติได้ ไม่ใช่มุ่ง "การสร้างเงิน" ที่จะพาชาติ ไปสู่หายนะ - บ.ก.

เอาดีให้ได้
ยิ่งเรามั่นใจว่า ชีวิตเราขึ้นอยู่กับการกระทำของตนเท่านั้น มากเท่าไร เราจะยิ่งกระทำได้มากเท่านั้น

ขอโทษทีเถิดนะ สารอโศกเพื่อนรัก ที่ฉันไม่ได้ส่งข่าวเธออยู่นาน ยิ่งอ่านเธอ ฉันก็ยิ่งมั่นใจในสาระ ที่ทั้งพ่อท่าน และเธอบอกผ่าน เป็นตัวอักษร

สารอโศกฉบับ "สร้างคน-สร้างดิน" ได้รับปุ๊บ ก็ตอบปั๊บเลย และก็ใช่เลย สิ่งนี้แหละ สำคัญที่สุด และ ควรทำมากที่สุด
สร้างคน ให้เป็น บุญนิยม
สร้างดิน ให้มี ชีวิต

ต้นไม้หลายชนิดในสวนฉัน กำลังโตต่างระดับกันไป ที่ปลูกแรกๆ ก็งามยอดสลวยแล้ว แต่บางอย่าง ก็เพิ่งปลูกเมื่อวาน เพราะฉันทยอยปลูกทุกวัน หน้าที่หาหญ้าหาฟางคลุมดิน เป็นอีก ๑ หน้าที่ ในชีวิต ประจำวัน เพื่อช่วยพระแม่ธรณี ในที่ดินของฉันให้ฟื้นตัว และคงต้องใช้ เวลาอย่างน้อย ก็ปี หรือ ๒ ปี เชียวละ ฉันต้องคอยปรามใจตัวเอง มิให้ใจร้อนเอาสารเคมี เข้ามาร่วมด้วย กรุงโรมมิได้สร้างเสร็จ ในวันเดียว

ฉันมีพ่อท่าน มีเธอ มีแนวทางที่ดี ยิ่งพ่อท่านเชียร์กสิกรรมธรรมชาติไร้สารพิษ อย่างสุดๆ เช่นนี้ ฉันก็ยิ่งมั่นใจ เต็มเปี่ยม และมีกำลังใจเพิ่มทับทวี กสิกรรมธรรมชาติ อยู่ในหัวฉัน มานานแล้ว ยิ่งบวกแรง ปรารถนา ของพ่อท่าน ที่อยากจะให้พวกเราทำ ก็ยิ่งเพิ่มไฟ ให้ฉันมากขึ้น ต้องเอาจริงๆ จังๆ ด้วยความรู้ - สาระ ที่รับรู้มา จากจุลินทรีย์ จากคลุมดิน จากรักษาระบบนิเวศน์ หยุดสารเคมี และอาศัยเวลา

เมื่อเร็วๆนี้ ฉันใช้น้ำยาผักบุ้งล้างจาน และใช้ล้างมือ เพราะเด็ดยอดที่มันทอดอยู่ในน้ำ ยางผักบุ้ง หยดลงผิวน้ำ ผิวน้ำแตกกระจาย เหมือนสบู่ไม่มีผิด จุดประกายความคิด ลดการใช้สบู่ลง ใช้ได้ผลดี เพราะล้างสะอาด และกำจัดกลิ่นได้อีกด้วย ฉันจะลองคั้นข้นๆ ไว้ใช้กับตัวเอง (หน้า,ผิวตัว) และ ฉันต้องเพิ่ม หมักจุลินทรีย์ ที่มีเพียงจุลินทรีย์จากเห็ดแก่ และสะเดาหมัก อย่างละ ๑ ถัง ให้มากขึ้น กว่าเดิม ไว้ใช้ประจำวัน และใช้ในกสิกรรม

กสิกรรมธรรมชาติเป็นทุกอย่าง เป็นที่หนึ่ง พระพุทธเจ้ายังตรัสว่า อาหารเป็นหนึ่ง พ่อท่านบอกว่า ชาวอโศก ต้องเป็นกสิกร เธอก็เป็นพี่เลี้ยงชั้นยอด ในการกสิกรรม ฉันจึงภูมิใจ ยินดี และเต็มใจ ที่จะเป็นกสิกร ไปชั่วชีวิต และต้อง "เอาดีให้ได้" ดังคำคม ของพ่อท่านฝากเอาไว้ ในสารอโศกหน้า ๖๘ ไงจ๊ะ
- หัวผักกาด จ.อุตรดิตถ์ -

น้ำยาผักบุ้งใช้ล้างจาน ทำความสะอาดได้ น่าสนใจมากๆ ทดลองได้ผลอย่างไร ช่วยแจ้งให้ทราบด้วย เพราะประหยัด หาง่าย และเป็นธรรมชาติ หากทำสำเร็จ"เอาดีให้ได้" จะช่วยชาติ ช่วยสังคม ได้มากทีเดียว - บ.ก.

ธรรมะชำระทุกข์
ดิฉันได้รับวารสารของอโศก ๒ เล่มแล้วค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ ในความเมตตา และ เอื้ออาทร ต่อผู้ที่ มาใหม่ อย่างดิฉัน ซึ่งได้มาพบอโศกเกือบ ๑ ปีแล้ว ก่อนหน้านั้น ดิฉันฝึกรับประทาน อาหารเจมา ๒ ปี กว่าๆแล้วค่ะ ดีมากๆเลยค่ะ คงจะรับประทานตลอดไป

ขณะนี้ดิฉันได้ตั้งตบะกับตัวเองว่า จะละลดเลิกสิ่งที่ติดอยู่ คือ
(๑) เลิกสวมใส่เครื่องประดับทุกชนิด ยกเว้นนาฬิกาข้อมือ เพราะต้องใส่ไว้เพื่อดูเวลาค่ะ
(๒) เลิกดูหนังฟังเพลงทุกประเภท ยกเว้นข่าวเหตุบ้านการณ์เมืองที่น่าสนใจ
(๓) ฝึกใจเย็นให้มากๆ ไม่หงุดหงิด

ซึ่งทั้ง ๓ ข้อที่ดิฉันกล่าวมา ดิฉันทำได้ ๕-๖ เดือนแล้วค่ะ และจะพยายามทำให้ดียิ่งๆขึ้นไปค่ะ แล้วจะ เพิ่มศีล มากขึ้นเรื่อยๆ

ดิฉันทำงานเป็นพยาบาลอยู่แผนกอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน ซึ่งแต่ละวันได้พบเจอผู้คน และผู้ป่วย หลายประเภท ความทุกข์ทรมาน และการตาย ย่อมพบเห็นทุกวันอยู่แล้ว บางครั้ง ก็ทำให้ใจของดิฉันสลด อดสงสาร เขาไม่ได้ และดิฉันมองย้อนไปถึง คุณพ่อของดิฉัน ที่ป่วยและเสียชีวิต ด้วยโรคมะเร็ง ที่ลิ้นสุด แสนจะ ทรมาน ก็ทำให้เศร้าใจมากขึ้น

ดิฉันรักคุณพ่อมากๆ เมื่อขาดคุณพ่อไป ต้องเดินด้วยขาของตัวเอง และเหมือนชีวิต ขาดความสมดุลไป คุณพ่อเริ่มป่วย ตอนดิฉันเรียนพยาบาลปี ๓ จะขึ้นปีที่ ๔ ตอนนั้น อาการขั้นต้น ไม่รุนแรง กินได้ ทำงานได้ปกติ แล้วผ่าตัด ก้อนที่ลิ้นออก ผ่านไป ๔ เดือนก็ยังดีอยู่

จากนั้น ไม่นานก้อนก็เกิดอีก ก็เลยผ่าตัดครั้งที่ ๒ ฉายรังสี และฝังแร่ตามลำดับ คุณพ่ออดทนมาก แม้จะเพลีย เจ็บปวดทรมาน พ่อก็อดทนมากๆ จนอาจารย์หมอ ที่รพ.ศรีนครินทร์ ขอนแก่น อดชมไม่ได้ พ่อใส่ท่อบริเวณคอ ใส่สายยางทางจมูก กินข้าวไม่ได้ ๕-๖ เดือน อาการเริ่มทรุดหนัก ลงเรื่อยๆ คุณพ่อ ก็คงรู้ตัวเองดี

ความรู้สึกตัวดีตลอด คุณพ่อเขียนบอกเล่าอะไรๆหลายอย่าง เขียนถามตอบพูดคุยกัน การไปดูแลคุณพ่อ ช่วงป่วย ระยะสุดท้าย ดิฉันต้องเปลี่ยนเวรไปทีละ ๑ สัปดาห์ ระยะหลังนี้เอง คุณพ่อร้องไห้บ่อยครั้ง ทั้งๆที่ท่าน เป็นคนที่อดทนมาก ไม่เคยเห็นท่านอ่อนแอเลย นี่คงทรมานมาก เหลือที่จะทน ดิฉันร้องไห้ บ่อยเหมือนกัน แต่ไม่ให้คุณพ่อรู้ ทุกครั้งที่ดิฉันใกล้จะกลับ คุณพ่อจะมองตาม และร้องไห้ ช่างเป็นภาพ ที่น่าสงสารจับใจ ดิฉันไม่เคยเจอเรื่องร้ายๆ ขนาดนี้มาก่อนเลย คุณแม่เก่งมาก ดูแลพ่ออยู่คนเดียว ไม่เคยบ่น แม้แต่คำเดียว และก็มีคุณแม่นี่แหละ ที่ดิฉันจะชักชวนแม่ มาปฏิบัติธรรมด้วยกัน

พออาการ คุณพ่อหนักขึ้น คุณหมอก็ให้มารักษาประคับประคอง ที่ร.พ.ใกล้บ้าน พ่อยังพอเขียน หนังสือ ได้บ้าง แต่เขียนน้อยมาก เพราะเหนื่อย ปวด ไม่มีกำลังเขียน ลิ้นพ่อไม่มีเลย เพราะเชื้อมะเร็ง มันกิน กร่อนหมดแล้ว ชีวิตของคุณพ่อ น่าสงสารยิ่งนัก

ช่วงปลายพฤศจิกายน พ่อเขียนบอกดิฉันว่า เห็นพ่ออยู่เฉยๆ ใช่ว่าสบาย ทั้งเหนื่อย เจ็บและปวด อาจจะอยู่ ไม่ถึงปีใหม่ ฉันกับแม่ได้อ่าน ใจหายวาบ ยอมจำนนต่อข้อความนั้น

คุณพ่อเคยวางแผนไว้ว่า เมื่อดิฉันเรียนพยาบาลจบ ได้ทำงานแล้ว พ่อก็จะสบาย ไม่ต้องหาเงิน มาส่งฉัน เรียนต่อไป งานตัดผม ที่พ่อทำ ก็จะเลิก พ่ออยากทำในสิ่งที่ชอบ เมื่อป่วย สิ่งที่พ่อวาดหวังไว้ ก็เลือนลาง ไปทุกที ๆ

พ่อจากไป วันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๔๔ พ่ออายุ ๕๔ ปีกว่าๆ แทบไม่น่าเชื่อเลยพ่ออายุน้อยมาก สภาพร่างกาย ที่เคยสมบูรณ์ พอป่วยหนัก ช่วงหลังร่างกายเปลี่ยน เป็นคนละคนเลย อนิจจัง-กายสังขาร ไม่เที่ยงเลย ฉันมาสำนึก และพอเข้าใจบางอย่าง หลังจากที่คุณพ่อจากไปแล้ว ซึ่งก่อนหน้านั้น ดิฉันก็ศึกษาธรรมะ มาบ้างแล้ว จิตใจของมนุษย์ยากยิ่ง จะเอาอะไรมาเปรียบเทียบได้ ความอดทน ความแกร่ง ความพากเพียร ดิฉันเห็นจากคุณพ่อ ท่านเก่งมาก ขนาดหมดความรู้สึก ชักเกร็งวันละหลายๆครั้ง ไม่ได้กินข้าว น้ำ อยู่ได้อีก ๙ วัน ท่านก็จากไป ดิฉันเหมือนใจด้านชา และคล้ายอะไรมาอุดที่คอ พูดอะไรไม่ได้เลย ทั้งที่สงสารพ่อจับใจ แต่ไม่มีน้ำตา

แม่และน้องทุกคนเงียบ กับการจากไปของคุณพ่ออย่างไม่มีวันกลับ ไม่มีเสียงคุณพ่อถามนั่นนี่ และคอยสอน ลูกๆอีกต่อไป ฉันต้องเป็นตัวหลักของครอบครัว เพราะเป็นลูกคนโต....

ได้ไปร่วมงานปลุกเสกฯ ที่ศรีสะเกษ ซื้อม้วนเท็ปพ่อท่านกับสมณะมาฟัง ดิฉันเข้าใจและ เห็นจริงไปด้วย ดิฉันจึงคิดว่า การศึกษาชีวิต ศึกษาธรรมะ และปฏิบัติธรรม เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ไม่ผิดทางแน่แท้
- รัตนาภรณ์ ราชดำ จ.สกลนคร -

เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นธรรมดา มีแต่ธรรมะเท่านั้น ที่จะชำระทุกข์ให้หมดสิ้นไปจากใจเราได้ - บ.ก.

ชุดนักเรียนสัมมาสิกขา
เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา กระผมพาลูกสาวไปสมัครสอบเข้าเรียน ม.๔ ที่ ร.ร.สตรีนนทบุรี (ตามความประสงค์ ของแม่ของลูก) สิ่งที่กระผมภูมิใจมากที่สุด คือ เธอพอใจ ที่จะสวมชุดนักเรียน โรงเรียนสัมมาสิกขา สันติอโศกไป อย่างอาจหาญ (เรียนจบ ม.๓ ที่สัมมาสิกขาสันติอโศก) ไม่มีความรู้สึก อายใครๆ ทั้งๆที่พ่อลองใจเธอว่า สามารถเปลี่ยน เป็นชุดนักเรียน แบบโรงเรียนทั่วไปได้ แต่เธอก็ยังสวม ชุดนักเรียนสัมมาสิกขาฯ พร้อมกับความเป็นผู้มีสัมมาคารวะ ต่อครูอาจารย์ ในร.ร.ที่ไปสมัครสอบ พ่อมองดู ด้วยความดีใจ บอกตัวเองได้ว่า พ่อมีความสุขมาก ตรงจุดนี้ พ่อมีความสุขมากกว่า ลูกสอบเข้าได้

แม้ว่า ร.ร.สัมมาสิกขาฯ จะไม่ได้เน้นเรื่องวิชาการ แบบเอาเป็นเอาตาย เหมือนบางโรงเรียน แต่ลูกก็สอบ เข้าเรียนได้ (ได้ลำดับที่ ๙) ซึ่งมีผู้เข้าสอบเป็นจำนวนร้อย ในการสอบ เธอไม่มีความกังวลใดๆ หนักแน่น สุขุม เธอบอกว่า ขอพกแต่รูปเล็กๆ อัดกรอบพลาสติก ของพ่อท่านเข้าไปด้วย เป็นกำลังใจ ถ้านึกถึงพระคุณ ของพ่อท่านแล้ว ทำให้มีกำลังใจ
- นายเกษม สันทอง จ.สุรินทร์ -

ชุดนักเรียนสัมมาสิกขา เป็นชุดไทยๆ รักความเป็นชาตินิยมไทย เด็กนักเรียนหญิงนุ่งผ้าถุงได้ อย่างอาจหาญ ภูมิใจในความเป็นไท ไม่ตกเป็นทาสวัฒนธรรมต่างชาติ กระทำในสิ่งที่ดี ไม่ต้องอายใคร - บ.ก.

(สารอโศก อันดับที่ ๒๔๙ มิถุนายน ๒๕๔๕)