จากการที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้ออกกฎหมายอนุญาตให้แพทย์ปลิดชีวิต
คนไข้ได้ตามความต้องการของคนไข้ โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่
1 เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้เนเธอร์แลนด์
เป็นประเทศเดียวในโลกที่อนุญาตให้มีการปลิดชีวิตได้ตามความต้องการของคนไข้ในกรณีพิเศษ
เกี่ยวกับเรื่องนี้ นพ.อำพล จินดาวัฒนะ
ผอ.สำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ (สปรส.) กล่าวว่า
ทุกวันนี้สิทธิเรื่องนี้ยังไม่เป็นจริงในทางปฏิบัติมากนัก
ซึ่งในความเห็นของตน คิดว่า คำว่า
การตายอย่างมีศักดิ์ศรีมีความเกี่ยวข้องเชิงอำนาจกับคน 3 กลุ่ม คือ
1. เจ้าของชีวิต 2. แพทย์ 3. ญาติพี่น้อง
และยังเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับค่านิยม ความเชื่อ วัฒนธรรมประเพณี
ศาสนา กฎหมาย มาตรการ หลักเกณฑ์ กติกา ด้วย
ยิ่งถ้าเป็นคนที่มีชื่อเสียงระดับวีไอพี มีเงินมาก และมีญาติเป็นหมอ
มักจะเกิดการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์จำนวนมาก เพื่อยื้อชีวิต
นพ.อำพลกล่าวว่า ในการยกร่าง พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ
มีการเขียนถึงหมวดที่ว่าด้วยการสิทธิแก่บุคคลในการตายอย่างมีศักดิ์ศรีในบั้นปลายของชีวิต
ไม่เป็นภาระในทุกๆด้าน โดยให้มีสิทธิแสดงความจำนงล่วงหน้าได้
ซึ่งจากการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนเกือบ 500
เวทีส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการบัญญัติไว้เป็นธรรมนูญสุขภาพ
แต่ในการปฏิบัติคงต้องมีการออกระเบียบ แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย
"ผมขอยกตัวอย่างการขอสิทธิในการตายที่เกิดขึ้นในสังคมไทย
ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ กรณีการมรณภาพของท่านพุทธทาสภิกขุ
ท่านได้แสดงเจตจำนงต่อสาธารณะว่า ขอมรณภาพที่สวนโมกข์อย่างสงบ
แต่ในความเป็นจริง
หมอก็ยังคงต้องรักษาท่านจนวาระสุดท้ายและท่านต้องมรณภาพในห้องไอซียูของโรงพยาบาล
ตรงนี้ก็เป็นข้อคิดอันหนึ่งสำหรับสังคมไทยที่จะพิจารณากันในเรื่องเหล่านี้"
นพ.อำพลกล่าว