- แม่น้ำ ลักขิตะ -

เชื่ออย่างมีปัญญา ศรัทธาเป็นบ่อเกิดแห่งการสร้างสรรสรรพสิ่ง


การที่คนเราจะกระทำสิ่งใดให้บรรลุผล ใจต้องมีศรัทธาสิ่งนั้นเสียก่อน เพราะศรัทธา เป็นจุดเริ่มการเดินทาง เป็นเสาเอกของความสำเร็จ เป็นแกนหมุนความเพียรให้บรรลุผล

เราศรัทธาในความดี จึงทำดีได้อย่างคงมั่น เราศรัทธาในงาน จึงทำงานไม่รู้เบื่อ

เราจะสร้างศรัทธาให้เกิดขึ้นได้อย่างไร ? ? ?

ศรัทธาต้องควบคู่ปัญญา แยกจากกันไม่ได้ หากเชื่อโดยขาดปัญญา นั้นคือความงมงาย มิใช่ศรัทธา

ตอกย้ำประโยชน์ให้มากเข้าไว้เพื่อปลูกศรัทธาลงใจ... คนเราหากไม่เห็นค่า สิ่งที่ตน กระทำเสียแล้ว ใจจะถดถอยไม่ทุ่มโถม ไม่เกิดศรัทธาบากบั่น ทำไปอย่างซังกะตาย ได้ไม่ได้ช่างหัวมัน

เราพึงชัดเจนในคุณค่าการกระทำของตน มองให้เห็นประโยชน์ที่ได้ ยกมาตอกย้ำจิตใจเสมอๆ เพื่อสร้างศรัทธาให้ตั้งมั่นในอุดมการณ์

ข้าพเจ้าศรัทธาในศาสนา เพราะเห็นคุณมหาศาลจากการทำดี ช่วยให้ใจเราสุขสงบ ได้สั่งสม บุญบารมี ล้างกิเลสตัณหา ทำวิญญาณให้สะอาดบริสุทธิ์ ไม่เห็นแก่ตัว เสียสละเพื่อส่วนรวม การทำเพื่อผู้อื่น เท่ากับเปิดประตูสวรรค์

เมื่อเราตอกย้ำถึงคุณประโยชน์เรื่อยๆ พลังใจจะเพิ่มพูน เชื่อมั่นว่าเราต้องทำได้ ต่อให้ยากลำเค็ญ ปานใด หากศรัทธาตั้งมั่นเสียแล้ว ไม่มีวันแปรเป็นอื่น เหมือนสายน้ำ ย่อมไหลออกสู่ทะเลถ่ายเดียว

เหมือนพระเยซูที่ศรัทธาในพระเจ้า ต่อให้ถูกตรึงกางเขนจนสิ้นใจ ศรัทธาในพระเจ้า ไม่เสื่อมคลายแม้นิด เราจะเห็นว่าศรัทธามีอำนาจเหนือกว่าความตายเสียอีก

ลงมือปฏิบัติให้เห็นแจ้งจริงด้วยตนเอง....คนเป็นสัตว์ที่ไม่ยอมเชื่ออะไรง่ายๆ ยกเว้นเรื่องงมงาย แต่ให้เชื่อ อย่างศรัทธานั้นยากมาก นอกเสียจากจะได้พิสูจน์เห็นจริงด้วยตน ถึงจะสยบยอมในสัจจะ

ศาสนาพุทธสอนให้คนศรัทธาด้วยปัญญาปฏิบัติพิสูจน์ของแต่ละคน โดยตราไว้ในบทบัญญัติ กาลามสูตร ๑๐ ประการ รวมความทั้งสิบข้อคือ ไม่ให้เชื่อด้วยเหตุใดๆทั้งสิ้น กระทั่ง ครูอาจารย์ ที่เคารพก็ตาม แต่ให้ปฏิบัติพิสูจน์จนเห็นแจ้งจริง ด้วยญาณปัญญาตน จึงค่อยเชื่อศรัทธา

ขอให้ใจศรัทธาคงมั่น เส้นทางสู่ความสำเร็จก็ราบรื่น

สารอโศก อันดับที่ ๒๖๗ ธันวาคม ๒๕๔๖