ธรรมดาของโลกจะได้ไม่ต้องโศกสลด ตอน...
อดีต ปัจจุบัน อนาคต ซื้อหมดเลยเท่าไหร่?
หนังสือพิมพ์ เราคิดอะไร ฉบับ 116
หน้า 1/2

เรื่องค้าเรื่องขาย คนไทยต้องรีบยกนิ้วให้คนจีน เยี่ยมยุทธ์ ขายเอ๊า ขายเอา จนรวยซะไม่รู้เรื่อง ธุรกิจค่อนประเทศ อีเปงหย่ายแต่ผู้เลียว!

ยิ่งรวย คนไทยก็ยิ่งสรรเสริญ ผิดกับประเทศอื่นๆ ที่ขี้อิจฉา มาเลเซียเอย อินโดนีเซียเอย ไม่มีเสียหรอกที่จะให้รวยอย่างเช็งชิม!

เผลอทีก็ปล้น เผลออีกทีก็ฆ่า เผาเมือง เผลออีกทีจับมาข่มขืน…อึ๋ย สยองๆทั้งนั้น

เรารักน้ำใจคนไทย

คนไทยมีกตัญญู รู้คุณคน ข้าวที่กินลงไปแม้เป็นแค่เศษข้าว ก็มียางชุ่มโชก !

ยุแหย่ไปเถอะ หารู้ไม่ว่า คนจีนคนไทย ใช่อื่นไกล พี่น้องกันเอง เพียงแต่น้องๆเขารวยกว่าเรา ฉลาดกว่าเรา ขอแสดงความยินดีกับเสี่ยนะขอรับกระผม!

ภัยอย่างนี้ต้องเรียกภัยเหลือง

ผิดกับภัยขาว มาอย่างเปิดเผย ยกรี้พลเป็นกองทัพหาเรื่องไปเรื่อยๆ จับมาเป็นเมืองขึ้นให้หมด จบลงที่การกอบโกยทรัพยากรกลับประเทศ เอาคนพื้นเมืองกลับไปบ้านเกิด เอาไปเลี้ยงต่างสัตว์ ทำงานหนักแบบวัวควาย สร้างสิทธิพิเศษเปลี่ยนคนให้เป็นสัตว์ หมดสิทธิ์ หมดคุณค่าของความเป็นคน!

กึ่งพุทธกาลไม่กี่ปี หลังผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม ประมาณว่า พ.ศ.๒๕๐๐ กว่าๆ คนที่รู้ทันสันดานคนขาวเขียนหนังสือบอกเตือน ประเทศรวยปล้นประเทศจน สั่งปลูกโน่นปลูกนี่ ปลูกเท่าไหร่ขนออกนอกประเทศ ขายเอาเงินลูกเดียว ใครจะเป็นจะตายไม่สนใจ

บรรยายความตามไท้ สรุปแล้ว คนไทยสุดจะชอกช้ำ ถูกเขาปล้น ถูกเขาหลอกจนหมดเนื้อหมดตัว แต่รักแท้ก็คือรักแท้ ฉันยังรักมั่นไม่คลอนแคลน

ภัยวันนี้ซึมลึก มาเป็นขบวนการมหึมา มโหฬาร ภายใต้ภัยร้ายตัวใหม่"ภัยสีรุ้ง" !

มันแห่กันมาทุกสีผิว !

จับคนขายชาติ สมัยกรุงศรีฯ ก็แค่รอให้มันแอบเปิดประตู แต่สมัยรัตนโกสินทร์บอกได้เลย เนียนไม่มีที่ติ !

เกษตรกร ผจญการปล้นมาหลายร้อยชั่วรุ่น จนแห้งยิ่งปลากรอบ หนี้สินท่วมหัวจมมิด ยอมตกเขียว ขายข้าวช่วงออกรวงก่อนเก็บเกี่ยว

ทุเรศหนักกว่านั้น ยอมส่งลูกสาวแทนเงินกู้ไปพัฒนาซ่องให้เจริญรุ่งเรือง!

มาหูตาสว่างก็ตอนนักปล้นกำลังล้มละลาย ด้วยพระบารมีปกเกล้าประทานแนวคิด "เศรษฐกิจพอเพียง"

เศรษฐกิจยุคใหม่ใต้โลโก้โลกาภิวัตน์ สูบเลือดสูบเนื้อคนจน ส่งไปหล่อเลี้ยงคนรวยรวยไม่เสร็จ รวยไม่มีเลิก

ธุรกิจคนรวย แท้จริงก็คือ หลุมดำมหาภัย ดูดทุกอย่างเข้าสู่ศูนย์กลางเหมือนสะดือ ทรัพยากร ชีวิต ความเป็นอยู่ วัฒนธรรม ความสงบร่มเย็น ความสุขแต่เก่าก่อน ฯลฯ !

ซื้อทั้งร้านขายเท่าไหร่?

ภายใต้รักแร้เศรษฐกิจทุนนิยม คำขวัญที่อหังการ์ "กระตุ้นให้ประชาชนหิว กระตุ้นให้ประชาชนอดอยาก เพื่อจะได้ซื้อของที่เราผลิต ที่เราคิดขึ้นใหม่"

"คุณแม่หนาหนักเพี้ยง พสุธา
คุณบิดรดุจอา- กาศกว้าง"

พระคุณบุพการียิ่งใหญ่ปานใด ความชั่วร้ายของคนบางคน ก็ยิ่งใหญ่ปานนั้นเชียวแหละ!

ชั่วร้ายขนาดคนรอบข้างไม่รู้ว่าชั่วร้าย แถมยังรัก ยังหลง คิดว่าเขาดีแสนดี นี่แหละสุดยอด!

คนเราก็เก่งนะเธอนะ ขายได้ทุกเรื่อง ขายได้ทุกอย่าง แม้แต่"เวลา"ก็ยังขายกันได้

เอา"อดีต"มาขาย หากินจนรวย

เอา"ปัจจุบัน"มาขาย ก็ยังหากินได้

มาวันนี้เอา"อนาคต"มาแบกะดินขาย ก็ยังขายได้ ด้วยราคามหาศาล

สุภาษิตกระเหรี่ยง แอบกระซิบว่า นักปกครองอัจฉริยะต้อง "ซื้อเป็น-ขายได้"

"ซื้อเวลา" ด้วยการเตะถ่วง เดี๋ยวนักประท้วงก็หมดแรงตายห่าเอง !

โธ่เอ๋ย คนจนจะชกได้กี่ยก !

หรือจะต้องชี้ขาด ตัดสิน เดี๋ยวจะเสียพวกเสียเพื่อน ก็ถ่วงเวลาไปเรื่อย ลอยไปลอยมา เดี๋ยวคนเขาก็ลืมหมดแล้ว

"ขายเวลา" นี่ซิยิ่งแน่กว่า

ประชาชนขายสิทธิ์ ขายเสียง เพื่อปากท้อง

รัฐบาลบางยุคก็ขายอนาคต เพื่อความอยู่รอด ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่

เอาเป็นว่า อย่ามาฉิบหายในยุคของเราก็แฮปปี้ มีขี้ต้องป้ายไปบ้านอื่น !

ที่นี่ไม่ต้องเดิมพัน แต่วางอนาคตไว้ให้เสนอขายประตูเดียว

ผลงานดี ผลงานเพียบ แม้แค่เป็นมายา แม้แค่เป็นผักชีโรยหน้า ก็ต้องฉวยไว้

กว่าจะรู้ว่าของไม่ดี เราก็หนีเปิดไปไกล ฮิๆ!

ใครมาเป็นใหญ่ ก็เห็นใช้วิธีนี้กันทั้งนั้นแหละ ขอสืบทอดเจตนารมณ์แห่งนักบริหารตราบนิจนิรันดร์ ด้วยเราเป็นทายาทอสูร นี้คือประกาศิตของฟ้า !

โจรปล้น ๗ ครั้ง ยังไม่เท่าไฟไหม้ครั้งเดียว แต่ไฟไหม้ ๑๐๐ ครั้ง ๑,๐๐๐ ครั้ง หรือจะเท่าขายอนาคต ๑ คต

แค่ ๑ คต หมายถึงชีวิตลูกหลานอีกกี่ชั่วรุ่น ยังตอบบ่ได้

แม้แผ่นดินจะอยู่ ก็ยังมีปัญหา

อาจเป็นเพราะเห็นว่า การเป็นอาณานิคม ไม่ใช่เรื่องใหญ่ อาจเป็นเพราะเกียรติภูมิศักดิ์ศรีของชีวิตเป็นสิ่งไร้ค่า กินก็ไม่ได้

อาจเป็นเพราะความทุกข์ของลูกหลานอนาคตพวกเรา ก็ไปสวรรค์กันถ้วนทั่ว ไม่มีอายตนะต้องมารับรู้ ต้องมาเกี่ยวข้อง…ก็เลยแบบว่าสบายใจ