|
วันนี้เพลงที่อยากร้อง คือ เพลงนกขมิ้น
"ค่ำคืนฉันยืนอยู่เดียวดาย
เหลียวมองรอบกายมิวายจะหวาดกลัว
"
เหงา..หมดหวัง
ต๊อแต๊ !
พ่อแม่ก็มัวแต่หาเงิน
ครูก็ห้ามใช้ไม้เรียวเสียแล้ว
วัด
ก็รู้ ๆ อยู่
รัฐบาล ส.ส.นักการเมือง เอ่ยปั๊บ ต่อมฮอร์โมนหลั่งสารอะดรีนาลีนจี๊ดๆ
จะรอดไหมเนี่ยคนไทย ?
เรียนมาจากปรมาจารย์นักบริหารชั้นดี
ท่านว่าไว้ ต้องมี ๓ คุณสมบัติ ใจดี ใจดำ และใจเด็ด พิจารณาแล้วต้องให้
"สอบผ่าน"
เพราะคะแนน "ใจดำ" สูงมาก จนพอแบ่งปันให้ใจอื่นๆได้
มาเป็นนักการเมือง มาบริหารประเทศกันทำไม ?
อยากใหญ่อยากโต อยากรวย ?
หรืออยากรับใช้ประชาชนมาบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้พ่อแม่พี่น้อง ?
หรือทำอย่างอื่นไม่เป็น ?
"มีปัญหาต้องแก้ไขประชากรไทยแก้ได้"
สโลแกนท่านสมัคร ฟังแล้วชื่นใจ ผิดกับหัวหน้าพรรคบางคน ถามไปไหนมา สามวาสองศอก
วกไปวนมา เล่นลิ้นวาทะกันอยู่นั่นแหละ
ปัญหาบ้านเมือง พอก่อหวอดเขาก็จะเริ่มต้นตั้ง
นโม "มีคนจ้าง
มีคนยุ มีมือที่ ๓"
ดวงจิตอกุศลเกิด
จะแก้ให้เป็นกุศลได้อย่างไร แทนที่จะช่วยกันวิเคราะห์ปัญหา จริงเท็จกี่มากน้อย
มา
มาหารือกัน !
อย่าลืมว่า "ไม่มีมูลก็ไม่มีควัน
ไม่มีฝา หมาก็ไม่ยกขาเยี่ยว!"
การประท้วงวุ่นวาย
ก็ต้องมีสัจจะความจริงอยู่บ้างหรอก
อย่าบริหารแบบคนไร้กึ๋น เพราะคดีร้องเรียนหลายคดี เบาะแสเริ่มจาก
"บัตรสนเท่ห์"
นี่มาเป็นร้อย เป็นพัน เป็นหมื่นชีวิต มิใช่หลักฐานชั้นดีหรือ ?
ขอปันน้ำใจบ้างเถิด
อย่าสักแต่แก้ปัญหาแบบคนเข้าส้วม รีบถ่ายให้เสร็จแล้ว ก็รีบออก !
หลบเลี่ยงการเจรจา
สั่งข้าราชการไปคุยแทน เอะอะก็ตามสายงาน
ข้าราชการกับนักการเมือง วิสัยทัศน์ย่อมต่างกัน ประชุมกี่ชาติ เรื่องจึงจะสำเร็จ
ตัวเป็นเถ้าแก่ มัวแต่ส่งเสมียนทำสัญญา ไม่เรียกเตะถ่วงก็ต้องเรียก
ไม่เรียกทำงานชุ่ย สะเพร่า ก็ต้องว่าใช่
ม็อบคนจนชนบท นับวันจะรบเก่งขึ้น
รัฐบาลเคยต่อสู้ด้วยเตะถ่วงเวลา จะมาล้อมทำเนียบก็ไม่สนใจ รอให้น้ำท่วมก็คงราข้อเป็นพม่าถอยทัพ
รอให้เสบียงหมด ก็คงรีบกลับ หลายนายก ก็ใช้ยุทธศาสตร์นี้มาตลอด
แต่วันนี้ คนจนแข็งแกร่งขึ้นฉลาดขึ้น
มีพันธมิตร มาช่วยมากขึ้น
เราก็โวยวาย ทำไมถึงทนมือทนเท้าจังเลย ประท้วงเป็นปี ทำไมไม่อดตายสักที
!
แต่วันนี้ วันที่ศูนย์การค้า
ศูนย์การเงิน ตกไปเป็นของคนต่างชาติ คนจนวันนี้จึงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
การมีพันธมิตรมาช่วยจัดทัพ มีหน่วยเสบียงมาช่วยเหลือ มิใช่เรื่องเลวร้ายอีกต่อไป
คนเชียร์คนจน คนต่อสู้เพื่อคนจน ก็มีมิใช่น้อย
อเมริกาแยงกี้ เมื่อถึงวันนั้น ยังพ่ายกองทัพผู้ยากไร้ของโฮจิมินห์
แม้แสนยานุภาพจะเต็มร้อย
ฤาเมืองไทย กำลังจะเกิดเหตุการณ์พลิกล็อค เหมือนวิจารณ์ได้แชมป์เหรียญทอง
คนจนตั้งป้อมรบกับรัฐบาล โอกาสชนะก็ยังฝันได้อยู่
วันนี้ ไม่ใช่ทะเลทรายก็เหมือนทะเลทราย หยดาน้ำใจไม่ยอมรินหลั่งไหล
ครั้งหนึ่ง ขณะองค์จักพรรดิเสด็จผ่านเนินแห่งหนึ่ง พบกองกระดูกเกลื่อนกลาดมากมาย
พระองค์สั่งทหารเก็บรวบรวมไป ทำพิธีฟังให้เรียบร้อย
"แม้เขาจะตายไปแล้ว
แต่เราก็ต้องมีน้ำใจในฐานะเป็นประชาชนของเรา!"
วันนี้ อย่าว่าแต่กองกระดูกเลย แม้เสียงร้องของประชาชน ก็จะกลับกลายเหมือนเสียงเห่าหอนหนวกหูต่อคนที่กินอยู่สุขสบาย
!
ทุกข์ ที่ก่อเกิด
นั่นก็แปลว่า ย่อมมีที่มาที่ไป ฝ่ายบริหารบ้านเมืองใส่ใจสักแค่ไหน
หลายๆเรื่อง รัฐไม่ขอก้าวก่าย อ้างว่าเพราะเราอยู่ในสังคมประชาธิปไตย
ทุกคนมีสิทธิ์ทำมาหากิน ขอให้ไม่ผิดกฎหมาย เป็นใช้ได้
เราให้เสรีอบายมุข จะขายบุหรี่ ขายเหล้า จะมีโรงเธค มีบาร์มีซ่อง
มีบ่อน ก็เป็นสิทธิ์ของเขา
เสรีแห่งธุรกรรม!
สิ่งที่รัฐจะแสดงน้ำใจได้ก็คือ
ถ้าเจ็บป่วยมา เป็นตับแข็ง เป็นมะเร็งในปอด เราก็มีโรงพยาบาลรักษา
ครอบครัวแตกแยก เรามีบ้านฉุกเฉิน มีสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
เงินฝืดเคือง
เรา มีโรงจำนำ
ลูกๆไม่ยอมเลี้ยงพ่อแม่ เราก็มีบ้านคนชราไว้บริการ
รัฐแก้ปัญหาที่มาข้างหน้า ไม่สนใจที่จะมาของปัญหา ไม่หาทางล้อมคอก !
"อิสรเสรี"
กับ "ดูดาย"
บางทีก็ซ้อนกันจนสนิทแน่น
ปัญหาชนบท เราทอดทิ้งมานานแล้ว ปัญหาสังคมเมือง หนักกว่าโรคเอดส์เสียอีก
แต่ใครจะรับเป็นธุระ ?
กฎหมายเพื่อคุ้มครองสังคม
การดูแลความปลอดภัยให้สังคม การบังคับปฏิบัติตามกฎหมาย ฯลฯ
"บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย
ใครใคร่ค้าม้า ค้า ใครใคร่ค้าช้าง ค้า
"
แต่ใครจะฉิบหายเพราะม้า
เพราะช้าง ไม่มีใครพูดถึง
เรามีปัญหาเรื่องทรัพยากรบุคคล คนไทยฉลาดสู้ต่างชาติไม่ได้ แม้ระดับแรงงาน
ก็ยังเป็นความสามารถยุคหินเก่า
การให้การศึกษา การให้ความรู้ จึงเป็นเรื่องสำคัญ แต่เราก็ละเลยสื่อทีวีวิทยุต่างๆไปอย่างน่าเสียดาย
สัดส่วนสาระกับบันเทิงมีกี่มากน้อย คนไทยวันนี้รู้ลึกแต่เบื้องหลังดารา
ประวัติชีวิตดารา เธอรักใคร มีสามีกี่คน
สัจธรรมจากดารา เหมือนที่เราละเลยรถไฟที่เป็นระบบขนส่งมวลชนที่วิเศษ
|